รถเมย์ธรรมมะ
นายสุเทพ เอี่ยมอัมพร
Language : ENGLISH : THAI


ผู้โดยสารเฮรถเมล์ธรรมะ คนขับห้อยบทสวดให้อ่าน
โชเฟอร์รถปรับอากาศ ขสมก. หัวใจใฝ่ธรรม นำหนังสือธรรมะมาแขวนไว้ที่เบาะให้ผู้โดยสารได้ อ่านฆ่าเวลาขณะรถติด เผยตั้งใจทำเพื่อเป็นกุศลถวายในหลวง เพราะเก็บหนังสือเอาไว้ที่บ้านก็ไม่มีประโยชน์ ผู้โดยสารชื่นชมเป็นความคิดที่ดี บางรายอ่านแล้วติดใจขอนำกลับไปด้วย
โชเฟอร์รถ ปอ.ขสมก. หัวใจใฝ่ธรรม นำหนังสือธรรมะนับร้อยเล่ม มาให้ผู้โดยสารที่ขึ้นรถได้อ่านฆ่าเวลารถติด ทั้งนี้เรื่องราวของโชเฟอร์รถใจใฝ่บุญรายนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. โดยผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่อู่รถ ขสมก.ปอ.สาย 134 ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี พบนายสุเทพ เอี่ยมอัมพร พขร.ประจำรถสายดังกล่าววิ่งระหว่างหมอชิตใหม่-บางบัวทอง กำลังขะมักเขม้นนำหนังสือธรรมะ ที่ร้อยด้วยเชือกฟางเป็นพวง พวงละ 2 เล่ม เป็นหนังสือประวัติพระเกจิอาจารย์ชื่อดังและหนังสือบทสวดมนต์ แขวนไว้ที่ด้านหลังเบาะที่นั่งผู้โดยสารจำนวน 45 ที่นั่ง
โชเฟอร์รถ ปอ.สาย 134 เปิดเผยว่าขับรถ ขสมก.มา 12 ปีแล้ว ปกติครอบครัวชอบทำบุญอยู่เป็นประจำ เวลา ไปวัดมักจะได้รับแจกหนังสือธรรมะบ่อยมาก จึงสะสมมาเรื่อยๆนับสิบปี มีทั้งรับแจกและซื้อมาอ่านเองด้วย จนกระทั่งหนังสือเริ่มมีมากขึ้น เมื่อปีที่แล้วได้ไปทอดกฐิน กับเพื่อนพนักงานที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีโครงการทำบุญถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงกลับมาคิดที่บ้านว่า น่าจะทำอะไรถวายในหลวงบ้างโดยที่ตัวเองและครอบครัวไม่เดือดร้อน และคิดว่าน่าจะนำหนังสือธรรมะที่สะสมไว้ มาให้ผู้โดยสารได้อ่านบนรถที่เราขับอยู่ทุกวัน ตอนแรกก็กลัวว่าจะไม่มีผู้โดยสารอ่านกัน แต่ปรากฏว่าวันแรกที่นำมาแขวน มีกระแสตอบรับดีมาก ผู้โดยสารพากันชื่นชม ทำให้มีกำลังใจและอยากจะทำมากขึ้น
นายสุเทพกล่าวต่อว่า มีอยู่หลายรายที่อ่านจนติดใจ พอมาถึงจุดหมายที่จะต้องลงจากรถ ก็เดินมาขอ ว่า ขอนำหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านได้ไหม ตนก็ให้เขาไปและนำหนังสือที่บ้านมาเติมให้ใหม่เรื่อยๆ ผู้โดยสารบางรายที่บ้านมีหนังสือเหล่านี้ หลายคนก็นำมามอบให้ บ้าง หนังสือส่วนใหญ่ที่นำมาให้ผู้โดยสารได้อ่านนั้น อาทิ ประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) คำสอน ของพระธรรมโกศาจารย์ หรือหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ ประวัติหลวงปู่ชา ฯลฯ
โชเฟอร์รถ ปอ.สายธรรมะ กล่าวว่า ปกติแล้วไม่มีรถประจำ พอเลิกงานจะต้องเก็บหนังสือให้เรียบร้อย รุ่งเช้าก็จะนำมาแขวนไว้ให้ผู้โดยสารอ่านเหมือนเดิมจนเป็นกิจวัตรทุกวัน รู้สึกดีและสบายใจที่ได้ทำตรงจุดนี้ แม้จะเป็นจุดเล็กๆก็ตาม ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียดายหรือไม่ ที่อุตส่าห์สะสมหนังสือมานานแล้วนำไปให้ผู้อื่น โชเฟอร์ รถเมล์สายธรรมะ กล่าวว่า ไม่เสียดาย เพราะหนังสือเก็บไว้ที่บ้านก็รู้เพียงคนเดียว สู้นำมาให้ผู้อื่นได้อ่านดีกว่า คนอ่านก็จะได้ประโยชน์ จะได้รู้ว่าคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์เป็นอย่างไร และได้ขัดเกลาจิตใจของผู้อ่านได้อีกด้วย ตนเข้าวัดอยู่บ่อยๆ ได้ซึมซับธรรมะแล้วทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก จากที่เป็นคนใจร้อนก็กลายเป็นคนใจเย็นมีเหตุผล จึงอยากให้ผู้อื่นได้เข้าถึงธรรมะบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หนังสือเคยถูกขโมยบ้างหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ไม่เคย มีแต่มาขอ ตนก็ให้ มีอยู่เล่มหนึ่งอายุ 40 กว่าปี หาไม่ได้แล้ว เป็นการรวบรวมประวัติพระอารามหลวงทั่วประเทศ ได้นำมาแขวนไว้ให้ผู้โดยสารอ่าน มีนักเรียนขึ้นมาแล้วมาขอไปบอกว่าจะนำไปทำรายงานส่งอาจารย์ ตนก็ให้ไป รู้สึกเสียดายเหมือนกัน เพราะเล่มนี้เก็บไว้นานแล้วและเป็นหนังสือเก่าด้วย นอกจากนี้ยังเคยมีผู้โดยสารที่นับถือศาสนาอิสลามโดยสารรถและมาขอหนังสือธรรมะ เพราะว่าเขาอยากจะศึกษาคำสอนของศาสนาพุทธ ขณะนี้กำลังจะนำหนังสือเรื่องความกตัญญู ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถ่ายสำเนามาให้ผู้โดยสารได้อ่าน เพราะตนประทับใจในพระจริยวัตรอันงดงามของในหลวง ที่ทรงเสด็จมาเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่า สัปดาห์ละ 5 วัน แต่ทำไมคนทั่วไปทำไม่ได้
ด้านนายสาคร รุ่งสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการเดินรถ เขตการเดินรถที่ 7 กล่าวว่า ภูมิใจที่มีพนักงานใฝ่ธรรมะ นำเรื่องธรรมะมาเผยแผ่ให้ผู้โดยสาร ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ถ้าพนักงานของ ขสมก. มีจิตใจรักพระพุทธศาสนา ใฝ่คุณธรรมเช่นนี้ จะทำให้การบริการของ ขสมก.ดีขึ้น การร้องเรียนจะลดลง และทำให้ประชาชนกับพนักงาน ขสมก. มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่รถคันอื่นๆ ของ ขสมก.น่าจะทำตามบ้าง
ขณะที่นางณัฐนัพพัชร์ สัมรัมย์ พนักงานเก็บค่าโดยสารรถคันดังกล่าว กล่าวว่า หลังจากที่นายสุเทพได้นำหนังสือธรรมะมาไว้บนรถให้ผู้โดยสารได้อ่าน ได้รับคำชมจากผู้โดยสารจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นการอ่านฆ่าเวลาขณะรถติด เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง ที่สำคัญธรรมะทำให้คนใจเย็น มีสมาธิเป็นสิ่งที่ขัดเกลาจิตใจได้อีกด้วย
นายมานพ อาชววาณิชกุล อายุ 62 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว หนึ่งในผู้โดยสารกล่าวว่า ใช้บริการรถ ปอ. สายนี้ประจำ ชื่นชมในความคิดของคนขับที่นำหนังสือธรรมะ มาให้ผู้โดยสารได้อ่านขณะรถติด ทำให้ใจเย็นลง หายหงุดหงิด ตนยังคิดจะนำหนังสือธรรมะที่บ้านมามอบให้กับนายสุเทพ เพื่อนำมาไว้ให้ผู้โดยสารคนอื่นๆได้อ่านอีกด้วย ขณะที่นางอรัญญา สมพฤกษ อายุ 36 ปี อาชีพพนักงานธนาคาร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยสนใจอ่านหนังสือธรรมะเลย จนกระทั่งได้มาโดยสารรถคันนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่นำหนังสือธรรมะให้ผู้โดยสารได้อ่านนอกจากจะใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้ว ยังได้ความรู้เกี่ยวกับธรรมะติดกับไปด้วย อยากให้รถ ขสมก.คันอื่นนำแบบอย่างไปใช้ด้วย
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ฉบับ วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
The Bus Driver and Dharma Books
This bus driver, for me, is one who has high public mind. For what he does is more than just working his shifts, getting paid and driving a bus. He respects and care for others. He gives importance to time and space, to the people he serves and the job he does. He thought of a way he was capable of doing. It was simple, useful to the society and needed not much money. He tied the Dharma books he had to passenger’s seat, so that the passengers could read them in traffic jams. The time spent on the bus was not wasted. The bus was like a moving library. If anyone wanted the books, he would give it to them.
What he does is being responsible to the society in what he is capable of, under the limits of himself and of the environment. If this kind of thought increases in the society, it could help to solve limiting problems.
This bus driver is a very good example in creativity and making use of time. He has a public mind, an inspiration that vibrates on to others.










